วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความหนาวที่คุณอาจจะไม่รู้





ดูจากรูปแล้ว คุณคิดดูสิ ว่า หากคุณจะไปไหน จะออกนอกบ้าน คุณจะต้องไปเอาเจ้าหิมะออกจากหน้ารถคุณก่อน แล้วหากวันไหนหิมะตกมากละก็คุณจะต้องมีหน้าที่ไปโกยเจ้าหิมะ ตามทางเดินเข้าบ้านคุณเอง ส่วนถนนใหญ่นั้น จะมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาทำการโกยออกให้ หากถนนใหญ่มากๆ ก็จะโรย สารเคมี ที่มีส่วนผสมของเกลือ อันนี้แหล่ะ ตัวที่จะทำให้เจ้าเครื่องยนต์เป็นสนิม หากคุณไม่ไปทำการล้างช่วงล่าง (จังหวัดไหนหิมะตกเยอะ คนที่นั่นต้องเสียภาษีท้องถิ่นตรงนี้กันมากหน่อย)




หนาวอย่างนี้ คิดดูสิ จะตากผ้า กันอย่างไรดี

คนญี่ปุ่น ส่วนหนึ่ง นิยม ที่จะใช้บริการ ร้านซักรีด

หรือ อีกกลุ่มหนึ่ง ก็นิยม ร้านซัก อบแห้ง อัตโนมัติ

และ อีกส่วนหนึ่งก็ ใช้วิธีตากในบ้าน ตากกับเครื่องทำความร้อน

และก็อีกส่วนหนึ่ง ที่เอาไปอบใน โต๊ะโคตะซึ  ที่ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของไฟไหมได้




นี่ไงค่ะ เจ้าโคตะซึ ที่ว่า มันคือโต๊ะที่ข้างล่าง มีแผงไฟฟ้า ทำความร้อน ซึ่งจะมีปุ่มให้ปรับความร้อน และใช้ผ้าคลุมหลายๆ ชั้นเอไม่ให้ความร้อนรั่วไหล
แต่ว่า นั่งไปนั่งมาเคล้ม อยากจะหลับ เพราะความอุ่น ไม่อยากเคลื่อนไหว
แล้ว เจ้าภัยร้าย จากโต๊ะตัวนี้ มันก็จะทำให้เราเวียนหัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง
รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว
อะไรที่มีประโยชน์ มันก็มีโทษ





วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

สิ่งที่ดี จากรายการทีวีญี่ปุ่น เรื่องเทคนิคการพัฒนาให้อยากจะทำ

เมื่อวานดูรายการทีวี やる気向上テクニック (ยะรุคิ โค-โจ-) ซึ่งแปลไว้ตามข้างต้นแล้ว


ผู้ร่วมรายการ ก็มีหลายท่าน เช่นนักวิชาการสาขาต่างๆ นักวิจารณ์ ออกมาร่วมรายการいろんな分野の 学者や、評論家が、テクを紹介。


พูดถึงวิธีการแล้วก็
     หากอะไรที่มีความสำคัญ ตัวเอง ก็ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ อย่างเช่น เขียนเป็นบันทึก เป็นบล๊อก
     หรือไม่ก็ หากมีอะไรที่ได้รับคำชื่นชม โดยเฉพาะหากเป็นเมลล์ ก็ให้แยกเป็นโฟล์ดเดอร์ใหม่เก็บไว้เลย เพื่อเวลาที่หาก เรามีการท้อถอย จะได้กลับเข้าไปอ่าน ไปดู เป็นตัวอักษรนี่ดีกว่า เก็บไว้ในสมอง บางทีก็เอาออกมาอ่าน ก็ช่วยสร้างพลังออกมาได้ [ブログや、メールでほめられたとき、 それらをファイルを作って保存し、ときどき読み返して元気を出す]と言います。

อีกวิธีหนึ่ง ก็คือ ช่วงระหว่างการร้อง คะระโอเกะ ก็อาจจะออกรูปแบบว่า สมมุติว่า ตัวเองเป็นคนโน้น คนนี้ แล้วโพสต์ท่ากันไปเลย

หรือไม่ก็ ศิลปะเกี่ยวกับเรื่องครัว
หรือไม่ก็ การเล่นโคน ก็ช่วยได้


แต่อย่าใช้เงิน ของของรางวัลเป็นตัวล่อ เพราะว่า นั่นเป็นสิ่งที่ผิดๆ หากใช้เงินหรือของแล้ว เราจะต้องเพิ่มมูลค่าของ ของนั้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็ก นั้นต้องระวังเรื่องนี้ หากการทำอะไร แล้ว เขาทำด้วยความตั้งใจ เรากลับไปเปลี่ยนจุดหมาย เป้าหมายเขา เป็นของ เป็นเงิน แล้ว เรานั้นเป็นคนที่ไปทำร้ายเขา


รวมถึงนอกเรื่องอีกเรื่องก็คือ


ถึงเรื่องการเลี้ยงลูก คุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองบอกว่า เลี้ยงเด็ก นั้นไม่ต้อง ดูแล ให้สะอาด สะอ้าน อย่างเขาเองนั้น ไม่มีโรคภูมิแพ้ หรือแพ้อะไรง่ายๆ เพราะว่า แม่เขาบอกว่า เขานั้น เวลาอาหารตก แล้ว ชอบหยิบกิน เด็กนั้น ปล่อยให้สกปรก ยิ่งดี เพราะว่า เขาจะมีภูมิต้านเพิ่มขึ้น

ดีน่ะรายการนี้ เป็นรายการของ คนชื่อ สัมมะ ดูภาพเองน่ะ คนนี้แหล่ะ สนุกดี มีความรู้ ให้มาเล่าต่อกันฟัง




วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

นวดแล้วดีอย่างไร นวดอย่างไร

สวัสดีค่ะ
เมื่อ ๒ วันก่อน ดูทีวี แล้ว อดไม่ได้ รีบโทรศัพท์กลับเมืองไทย ไปบอกคนที่บ้าน คุณหมอจากมหาวิทยาลัย ชินชู (ที่นี่ ท่านออกทีวี) ค้นพบ วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน (อดไม่ได้ต้องขยายต่อ ให้พวกเราได้มีสุขภาพที่ดี เพราะว่า หากเราสุขภาพไม่ดี แล้ว ละก็ ไม่ต้องบอกเลยว่า หากคุณจะเสียเงินไปรักษา สถานพยาบาลเอกชน ก็ต้องถามว่า เงินพอไหม ที่ทำงานมา หามา มันพอไหม และหากจะไปหาภาครัฐ ภาคประกันตน นั้นก็สุขภาพจิต เสียไปอีก ทรุดกันหนัก)
รักกัน รักกัน ไม่ชอบกัน ก็อยากบอกต่อค่ะ

ก่อนอื่นมาพูดกันถึงเรื่อง ภูมิคุ้มกันก่อน ไปหาอ่านมาค่ะ เขาบอกว่าอย่างนี้
"เมื่อได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะต้องสร้างสารภูมิคุ้มกันได้เร็วและมากพอจึงจะกำจัดเชื้อโรคได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอก็ทำให้ระบบอ่อนแอไปด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ไม่ค่อยดี จึงเกิดการเจ็บป่วยขึ้น เป็นหวัด เป็นมะเร็ง เป็นอะไรต่ออะไร"

จาก การที่คุณหมอ ท่านได้ทำการเจาะเลือด เพื่อหาภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แม่บ้าน มนุษย์เงินเดือน แล้วพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นมีน้อย เจ็บป่วยง่าย ทำอย่างไร ไม่ต้องกินยา ทดสอบ กันหลายอย่าง แล้วพบว่า การนวด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้มากๆ แล้วแต่จะกี่เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่คน แต่เพิ่มมากๆ หลังจาก นวดแล้ว ๓๐ นาที เจาะเลือด ค้นหาภูมิคุ้มกันอีกที "เห็นแล้วก็ต้องรีบกดโทรศัพท์ บอกต่อกันเลย"

คุณหมอ ก็ทดลอง นวด แต่ละจุด แต่ละคน คนละจุด คนละส่วน แต่ที่ได้ผลมากๆ ก็คือ
การนวด แต่นวดเบาๆ เหมือนเอามือกดฟองน้ำล้างจาน แบบที่มีรอยหยักๆ ให้รอยหยักๆ ปุ๋มไป ก็เท่านั้น ไม่ต้องออกแรงมาก
นวดเบาๆ ตั้งแต่เท้า ไปจนถึง โคนขา ด้านใน ด้านนอก นวดด้วยตัวเองก็ได้ แค่เพียง ข้างละ ๓-๔ นาที แล้วหลังจากนั้น นอนพักเขาหมอนหนุนเข่า แล้วเจาะเลือด ก็ได้ผล แบบที่บอก
คุณหมอบอกว่า(จากผลข้อมูลต่างๆ ที่ท่านเอามาแสดง คนญี่ปุ่นนี่เรื่องข้อมูล ละก็ เยี่ยมยอดค่ะ) มันช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นยังต้านโรคมันต้านมะเร็งได้ดี ด้วย
ทำให้นึกถึง ย่าซึ่งตอนนี้ อายุ ๙๒ แล้ว แต่ว่าไม่เคย เป็นหวัด เจ็บคอ ไอ เจ็บป่วย แบบว่าต้องไปหาหมอ
ย่า ชอบที่จะนวดให้คนมานวด นั่งๆไปก็นวดตัวเองไป ภาพที่น่านั่งจับขาตัวเองคุยไปนวดตัวเองไป ยังติดตาอยู่เลย
กลับเมืองไทย คราวนี้ ย่า ยังนวดให้หลาน คนนี้เลย นวดแบบตั้งใจ มีแรงซะด้วย
อยากให้ทุกคนแข็งแรง ค่ะ ไม่มีโรค หรือมีโรคให้น้อย ว่างๆ ไม่มีอะไร นึกอะไรไม่ออก ก็เอามือนวดๆ คลำๆ กันไป คลำไปเผื่อคนข้างๆ ก็ได้นะคะ หากเขาชอบ

ผักดองญี่ปุ่น กับ น้ำพริกตาแดงของแม่


ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นโดยทั่วไปอยู่ในช่วงหน้าหนาว มีหิมะตก โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่แถบทะเลญี่ปุ่น
อย่างที่จังหวัดนะงะโนะ นี้ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงอุณหภูมิ ที่ติดลบ ประมาณ -2℃ - -4 ℃ พืชผัก ทั่วไป ก็จะอาศัย การนำเข้า หรือ ผักที่ปลูกใน เฮ้าท์ แต่สำหรับ คนที่นี่แล้ว ผักที่กินกันในหน้าหนาว ก็คือ ผักดอง (漬物つけもの)อย่างเช่น โนะสะวะ นะ(野沢菜) หรือ ทะกุอัง ( たくあん) ก็คือ หัวไชเท้าดอง แต่ไม่ใช่เค็ม แบบ หัวไชโป๊ะ บ้านเราน่ะ ยังคงสภาพ หัวไชเท้า แต่รสชาด นั้น จะเค็ม หวาน เปรี้ยว ก็แล้วแต่บ้าน แล้วแต่ท้องถิ่น
บ้านเรายังกินรสไม่เหมือนกันเลย อย่างแถวแถบจันทบุรี ระยอง นี่ก็ออกหวาน
แต่โดยทั่วไปแล้ว ผักดองนี่ ก็จะมีรสเปรี้ยว ไม่ใช่ว่าใส่น้ำส้มหรอกน่ะ เพราะว่า มันเหมือนการบูด มันจึงมีเปรี้ยว แต่ผักดองที่คุณเห็นนี่ คุณแม่ญี่ปุ่น จะใส่น้ำส้มลงไปนิดหน่อย เพื่อให้ผักกรอบ
แต่ที่แน่ๆ เลย น้ำพริกตาแดง นี่เหมาะมาก สำหรับกินคู่กัน ไม่เชื่อ ใครที่อยู่ญี่ปุ่น หรือ อยู่เมืองไทย ลองหามากินกันดู แล้วจะบอกว่า มันเข้ากั๊น เข้ากัน
ใครไม่เคยดองผัก ก็ลองดองกันดูนะคะ
อย่างบ้านเรานี่ทำง่ายมากๆ เลย จำได้เรียน สมัยประถม คุณครูสอนดองผัก ดองไข่เค็ม
โรงเรียน ประถมที่เคยได้รับการศึกษา นี้ดีมากๆ ได้ ได้เป็นความรู้ ติดตัวมา (ขอบคุณ คุณครู โรงเรียนวัดตองปุ ลพบุรี)
จำได้ค่ะ ว่าที่เมืองไทย คุณครูสอนดอง ผักกาดเขียว
ซึ่งก็มีวิธีการเดียวกับที่ญี่ปุ่น ในขั้นแรก
ก็คือ ล้างผักแล้วผึ่งให้สเด็ดน้ำ แล้ว จึง โรยเกลือ ตากแดด ๑ แดด
แล้ว ตอนนี้ แหล่ะ ที่แตกต่างค่ะ
เมืองไทยเรา จะได้ผักที่ดองแล้วกินได้เร็ว ก็คือ น้ำซาวข้าว หรือ น้ำมะพร้าว
แต่ที่ญี่ปุ่นนี่ จะใช้รำข้าวหรือ ใช้ มิโสะ (สำหรับ ดองหัวไชเท้า, ส่วนผักอื่นเช่นผักที่มีใบ มีก้านแยะนั้นจะไม่ใช้ พวกนี้ รอให้น้ำมันออกมาจากผักเอง) และ อาจจะใส่เครื่องปรุงรส อย่าง โชยุ หรือ ดาชิ ต่างๆ อันได้แต่ ปลาน้อยตากแห้ง หรือ สาหร่ายคอมบุ พริกแห้ง แล้วแต่บ้านอย่างที่บอกค่ะ
ที่ญี่ปุ่นนี้ก็แดดไม่ดี เหมือนบ้านเรา อย่างจังหวัดนะงะโนะ นี้ มีบ่อน้ำร้อน มากทีเดียว
ที่อำเภอ โนะสะวะ นั้น ก็จะใช้วิธีล้างผัก ในบ่อน้ำร้อน ซึ่งก็เป็นที่ขึ้นชื่อ สำหรับผักโนะสะวะ นะ
ขอบคุณน้ำพริก ตาแดง ไร้ผงชูรส ชูรสด้วยปลาป่น ของคุณแม่ประสาน อร่อยมากๆ กินกี่ครั้ง กี่ครั้ง ก็อร่อย อร่อยทุกคำ ขอบคุณแม่สำหรับรสชาด ที่ไม่เผ็ด ทำให้กินได้นาน ร่างกายอบอุ่นในหน้าหนาวนี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เป้าหมายใหม่ ปีกระต่าย 2011


พระนอน องค์นี้ อยู่ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดอยุธยา
ปีกระต่ายนี้ เลือกภาพนี้ เป็น สคส.
สำหรับในญี่ปุ่นแล้ว ทุกวันที่ ๑ มกราคม คนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจกับการรับ ไปรษณียบัตร ที่ทำเป็น สคส. ส่งให้คนที่รู้จัก เพื่อเป็นการ ทักทายปีใหม่
และก็ลุ้น รางวัล กับ หมายเลขของไปรษณียบัตร
ทุกปี เราจะเริ่มคิดว่า ปีที่จะถึงนี้ เราควรจะตั้งเป้าหมายอะไร
อย่างปีที่ผ่านมา ก็ตั้งเป้าหมาย ไปทางภาษาญี่ปุ่น จะจำคันจิ อย่างน้อย วันละตัว
ใหม่ๆ ก็ทำดี แต่ต่อๆ ไป ก็ไม่ค่อยได้ทำ แต่ก็อ่านหนังสือ ภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น อย่างหนังสือเด็กเล็ก หนังสืออาหาร และ ก็นิยายเรื่องสั้น อย่างเรื่อง ใยแมงมุม เป็นต้น
ส่วนปีกระต่าย นี้ เราจะตั้งเป้าหมายอะไรดีน่ะ คิดๆอยู่ คิดไปดูพระท่านยิ้มไป ยิ้มด้วยกัน
อย่างน้อย ก็เกี่ยวกับสุขภาพแหล่ะ คนเรานั้น ทำงานไปเพื่ออะไร หากสุขภาพนั้นไม่แข็งแรง หาเงิน เก็บเงินไว้เพื่อ ไปหาหมอหรือ?
และคงจะต้องให้ความสนใจในภาษาญี่ปุ่นต่อไป หากเราสนใจเรียนรู้ ฝึกจำ มันก็ดี ต่อสมอง กิ่งก้านของสมอง จะได้แตกออกไป ถึงแม้จะแตกช้า หน่อยก็ไม่เป็นไร รวมทั้งจะพยายามทำความดี คิดดี และช่วยเหลือในสิ่งต่างๆ เท่าที่เราทำได้
ส่วนเรื่องเงิน และ งาน นั้น ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่เร่ง ไม่รีบ ไปเรื่อยๆ ช้าๆ แต่ขอให้มีรายได้เพิ่ม สุขภาพกาย และ ใจ ไม่เสียไปกับงาน
ปีนี้ ก็ขอให้เพื่อนๆ หรือใคร ที่เข้ามาอ่าน ได้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง คิดสิ่งใดให้ได้สิ่งนั้น
"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน จิตใจที่มั่นคง อยู่ในร่างกายที่แข็งแรง"

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บุญคุณ ลูกชุบ タイのお菓子 “Look chub”

ลูกชุบ หนึ่งในบุญคุณ
เรานั้น ได้ขนมนี้ ที่ช่วยส่งเสีย ให้เรียนจบ ได้งานทำ และ สอนถึงความลำบาก ความพยายาม
ครอบครัวเรานั้น มีแม่เป็นผู้นำ ผู้นำที่ขยัน อุตสาหะ อดทน
(แม่เป็นอย่างไร ลูกก็มีส่วน เป็นไปด้วย เป็นธรรมดา เป็นสิ่งแวดล้อม ที่หล่อหลอม โดยเราเองก็ไม่รู้ตัว)

ขนมที่ทุกคนได้เห็นนี้ กว่าจะเป็นรูปร่าง แบบนี้ แสนจะเหนื่อย





เราขายมาตั้งแต่ ๕ ลูก ๑ บาท
แบกถาดขนม ไปทั่วตลาดเมืองลพบุรี หากนับเวลาไปสัก ๓๐ ปีที่แล้ว ใครๆ ที่อยู่ในอายุช่วงนั้น คงจะจำเด็กผู้หญิง ตัวดำๆ ผอมๆ ได้
ไปหลายๆ จังหวัด มีตลาดนัด ที่ไหน ไปที่นั่น
ออกต่างจังหวัด คนเดียว ได้ตั้งแต่ ป.๔ นั่งรถไป กังวลไป นั่งไม่เคยหลับ เพราะต้องตัดใบแก้ว
เสียบก้านพริก ขากลับ ก็ต้องซื้อของกลับ ตามที่แม่สั่ง นั่งหลับ คอ พับ คออ่อน เหนื่อย เพราะกลับมาต้องช่วยแม่ทำงานต่อ
ส่วนแม่ นั้นก็ ไปขายขนม ไปต่างที่กัน บางครั้ง นานๆที ก็ไปที่เดียว
วันไหน ขายดี ก็ดีใจ วันไหน ขายเหลือ ก็เหนื่อย และ เหนื่อยมากๆ เพราะว่า เหนื่อยใจด้วย


เรียนจบ เมื่อไหร่ ขอบอกเลย ว่าจะไม่เอาอาชีพนี้ บอกแม่ไว้เลย
แต่อาชีพนี้ ก็เอามาเป็นความรู้ประดับตัว ไว้ใช้ได้ หลายงาน เอามาเป็นงานเสริม
มาเป็นของฝากในต่างเมือง ได้ความภูมิใจไม่น้อย



































作ってみませんか? 

材料 70-100個用 วัตถุดิบ สำหรับ ๗๐-๑๐๐ลูก
緑豆(皮なし) 200g ถั่วซีก ๒๐๐ กรัม
砂糖      200g น้ำตาล ๒๐๐ กรัม
ココナツミルク 200g มะพร้าว (กระป๋องก็ได้) ๒๐๐ กรัม
寒天       20g วุ้น ๒๐ กรัม
着色料     สีอาหาร

お菓子(かし)(ルークシューブ) の作(つく)り方(かた) วิธีการทำ
① 緑(みどり)豆(まめ)(皮(かわ)なし)は4-6時間(じかん)ほど水(みず)にひたす。
แช่ถั่วซีก ในน้ำประมาณ4-6 ชั่วโมง
② やわらかくなるまで茹(ゆ)でる。(手(て)でつぶれるくらいまで)
ต้มจนถั่วนิ่มแหละ ลองใช้มือบี้ดู
③ フライパンに豆(まめ)、ココナツミルク、砂糖(さとう)を入(い)れ手(て)に付(つ)かなくなるまで練(ね)る
ผสมมะพร้าว น้ำตาล และถึ่ว(ข้อสอง) แล้ว ถวนถั่วในกระทะ ลองแตะดู ถ้าถั่วไม่ติดมือ จึงใช้ได้
④ 少(すこ)し冷(さ)ましてからもう一度手(いちどて)で練(ね)る。
พักถั่วให้เย็น แล้วนวดถั่ว
⑤ 形(かたち)を作(づく)り色(いろ)をつけて、楊子(ようじ)にさし、ハッポースチロールなどに立(た)てる。
ปั้นรูปและระบายสี จากนั้นก็ใช้ไม้เสียบ แล้วปักลงบนโฟมเป็นต้น
⑥ 寒天(かんてん)をつくる วิธีทำวุ้น
・ 皿(さら)に寒天(かんてん)(粉(こな))を入(い)れ水(みず)少々(しょうしょう)を入(い)れまぜる。
ละลายวุ้นผงในถ้วย โดยใส่น้ำเล็กน้อย
・ 少(すこ)し暖(あたた)めた水(みず)に入(い)れ沸騰(ふっとう)させる。
ใส่ผงวุ้นที่ละลายน้ำไว้ในหม้อต้มน้ำ และต้มให้เดือด
・ 寒天(かんてん)が固(かた)まらないように温(あたた)めながら形(かたち)にした豆(まめ)を入(い)れ乾(かわ)かす。
จุ่ม(ข้อ๕)ลงในในวุ้นที่ยังอุ่นๆ





















































แอปเปิ้ล

ตอนนี้ เดือนธันวาคมแล้ว แอปเปิ้ล ที่ยังเหลือให้เห็น ก็มีแต่พันธุ์ ฟูจิ ไว้ปีหน้า จะถ่ายรูป แต่เนิ่นๆ จะได้เห็นแอปเปิ้ล
หลายๆ สี ต่างๆ กัน รสชาด ก็แตกต่างกัน พันธุ์ฟูจิ นี้จะ เก็บได้นาน อย่างที่บ้านนี้ ก็จะมีคนให้มา ปีละ ๒ ลังใหญ่ๆ และซื้อ อีก ๒ ลัง หากเก็บในอุณหภูมิ ที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือ ไม่ร้อน จะเก็บได้นานเป็นปี ทีเดียว แต่ว่า ที่บ้านนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็จะกินได้ ประมาณ ๔ เดือน
หลังจากนั้น ก็จะเป็นแอปเปิ้ล แบบรสชาด ในเมืองไทย คือ สวกๆ ลุ่ยๆ
แอปเปิ้ล ที่เก็บใหม่ๆ เนื้อจะแน่น กัดแล้ว บางทียังรู้สึกเสียวฟัน และหากเข้าช่วงหนาวๆ พันธุ์ฟูจินี้ ตรงแกนกลาง จะมีเป็นน้ำคลายน้ำเชื่อม กินไปแล้ว ให้รสชาด คล้ายสัปปะรด เห็นไหม ล่ะ เขาจึงเรียก สัปปะรด ว่า พายแอปเปิ้ล ก็คงแบบนี้แหล่ะ