อันนี้ เป็นบันทึกส่วนตัว ที่คุณห้ามถาม แต่หากคุณอ่านแล้วเข้าใจ ก็ดีใจด้วยค่ะ
~きっかけに มีความหมายถึง การเริ่มจาก สิ่งนั้น แล้วจะทำให้เกิดผล ช่องทาง ต่อไป
その事があったから あることする てがかり
Ex. 彼女は子供が生まれたのをきっかけに、仕事を変えた。
ผลจากการที่หล่อนมีลูก ทำให้เปลี่ยนงาน
Ex. ある日本人と友達になった事がきっかけで、日本に来ました。
และที่มีความหมายที่คล้ายๆ กันก็คือ ~を契機(けいき)に จาก แต่มักมีความหมายเชิงบวก
Ex. 入院を契機として、保険に入った。
หรือจะแบบว่า จากการที่ย้ายที่อยู่ใหม่ ทำให้ได้เจอเธอ (คิดเอง)
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ความเครียด ความกดดัน ในญี่ปุ่น
เมื่อมาใช้ชีวิตจริงๆ ในญี่ปุ่น แล้วถึงได้รู้ว่า มันเครียด มันกดดัน อะไรหลายๆ เรื่อง
เคยทำอะไรกับตัวเอง ที่เรียกว่า มันสุดเหวี่ยงไปเลย ก็เคย หลังจากนั้น มันก็รู้สึกดีขึ้นมาพักหนึ่ง
แต่แล้ว มันก็กลับมาอีก มันเกิดได้หลายๆ อารมณ์ ทั้งอารมณ์เศร้า ความรู้สึก หวั่นไหว
เคยถูกเพื่อนต่างชาติถาม เรื่องนี้ ว่าเราเป็นแบบเขาหรือเปล่า เขาเป็นแต่ดีที่เขามีลูก ก็เลยหลุดอารมณ์นั้นได้บ้าง แต่มันก็เกิด ขึ้นเรื่อยๆ
อ้อ ไม่ใช่เป็นแต่เรา เท่านั้น
แต่สองวันนี้ รู้สึกดีขึ้น อารมณ์ที่ดีขึ้น นั้น จากเสียงเพลง ก่อนนอนเปิดเพลง ทิ้งไว้ นึกถึงเมืองไทยเลย เมืองไทยนี้ ถ้าหากเปิดละก็ เปิดกันสุดๆ เผื่อข้างบ้านกันด้วย (หากกลุ่มบ้านเดียวกัน คอเดียวกันก็ดีไป แต่แตกต่างกลุ่มกัน คนละคอเพลงละก็ รำคาญเหมือนกัน ว่าไหม อันนี้เคยมาแล้ว เพลงสองเพลง พอทน พี่ท่าน เล่นเป็นวัน)
แล้วนึกขึ้นมาได้ Down load MP3 จาก youtube มาเสียบหูฟัง เปิดมันลั่นๆ หู ไปเลย เปิดเพลงมันๆ อย่าง เพลง พี่เบริด love you so much too much อะไรนี่ รู้สึกเบาความรู้สึกขึ้นมาเลย
ลองดูก็แล้วกัน เพื่อนๆ เผื่อจะคลายเครียด ได้สักช่วงหนึ่ง ได้ก็ยังดี นึกถึงเจ้าน้องชายตัวดีเลย รถมันนี่ เต็มไปด้วยลำโพง เอ้ย เพิ่งจะเข้าใจน้อง มันคงเครียดมัน
เคยทำอะไรกับตัวเอง ที่เรียกว่า มันสุดเหวี่ยงไปเลย ก็เคย หลังจากนั้น มันก็รู้สึกดีขึ้นมาพักหนึ่ง
แต่แล้ว มันก็กลับมาอีก มันเกิดได้หลายๆ อารมณ์ ทั้งอารมณ์เศร้า ความรู้สึก หวั่นไหว
เคยถูกเพื่อนต่างชาติถาม เรื่องนี้ ว่าเราเป็นแบบเขาหรือเปล่า เขาเป็นแต่ดีที่เขามีลูก ก็เลยหลุดอารมณ์นั้นได้บ้าง แต่มันก็เกิด ขึ้นเรื่อยๆ
อ้อ ไม่ใช่เป็นแต่เรา เท่านั้น
แต่สองวันนี้ รู้สึกดีขึ้น อารมณ์ที่ดีขึ้น นั้น จากเสียงเพลง ก่อนนอนเปิดเพลง ทิ้งไว้ นึกถึงเมืองไทยเลย เมืองไทยนี้ ถ้าหากเปิดละก็ เปิดกันสุดๆ เผื่อข้างบ้านกันด้วย (หากกลุ่มบ้านเดียวกัน คอเดียวกันก็ดีไป แต่แตกต่างกลุ่มกัน คนละคอเพลงละก็ รำคาญเหมือนกัน ว่าไหม อันนี้เคยมาแล้ว เพลงสองเพลง พอทน พี่ท่าน เล่นเป็นวัน)
แล้วนึกขึ้นมาได้ Down load MP3 จาก youtube มาเสียบหูฟัง เปิดมันลั่นๆ หู ไปเลย เปิดเพลงมันๆ อย่าง เพลง พี่เบริด love you so much too much อะไรนี่ รู้สึกเบาความรู้สึกขึ้นมาเลย
ลองดูก็แล้วกัน เพื่อนๆ เผื่อจะคลายเครียด ได้สักช่วงหนึ่ง ได้ก็ยังดี นึกถึงเจ้าน้องชายตัวดีเลย รถมันนี่ เต็มไปด้วยลำโพง เอ้ย เพิ่งจะเข้าใจน้อง มันคงเครียดมัน
บัวลอยไข่หวานในญี่ปุ่น “タイのデザート[ブーア ロイ]”
お餅 + 豆乳(ココナッツミルクの変わりに) + 沖縄砂糖 + 塩(少々) + 卵
สวัสดีค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ คนที่อยู่ในญี่ปุ่น อยากจะกิน ขนมไทย ที่ตัวเองทำได้ง่ายๆ แนะนำบัวลอยไข่หวานค่ะ
ส่วนประกอบคือ ข้าวเหนียวแท่ง ที่เขาเรียกว่า โอโมจิ มีขายตามห้างทั่วไป จะเลือกขนาดไหน ก็แล้วแต่ชอบค่ะ เลือกเล็กหน่อย ก็ได้กินไว
นมถั่วเหลือง ที่ขายเป็นกระป๋องกระดาษ และ หากจะอร่อย ก็ต้องน้ำตาลปี๊บค่ะ แต่หากไม่มี เปลี่ยนได้ค่ะ น้ำตาลทรายแดง จากโอกินะวะ ที่เป็นก้อนๆ
วิธีทำ ตั้งหม้อใส่น้ำนิด เพื่อไม่ให้ไหม้ แล้วเติมนมถั่วเหลือง ใส่เกลือหน่อย น้ำตาล และ ตามด้วย โอโมจิ (หากก้อนเล็กๆ ก็เคี่ยวส่วนผสมอื่นก่อน) พอโอโมจิ อ่อนแล้ว ก็ตามด้วยไข่เลยค่ะ จะเลือกกินแบบไข่แดงเป็นน้ำเย้มๆ หรือ แข็ง ก็แล้วแต่ค่ะ
อากาศหนาวๆ อุ่นท้อง ได้ความอร่อยแบบคนไทย ที่อยู่ที่ไหนก็ยังอยากกินอาหารไทย
ความหนาวที่คุณอาจจะไม่รู้
ดูจากรูปแล้ว คุณคิดดูสิ ว่า หากคุณจะไปไหน จะออกนอกบ้าน คุณจะต้องไปเอาเจ้าหิมะออกจากหน้ารถคุณก่อน แล้วหากวันไหนหิมะตกมากละก็คุณจะต้องมีหน้าที่ไปโกยเจ้าหิมะ ตามทางเดินเข้าบ้านคุณเอง ส่วนถนนใหญ่นั้น จะมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาทำการโกยออกให้ หากถนนใหญ่มากๆ ก็จะโรย สารเคมี ที่มีส่วนผสมของเกลือ อันนี้แหล่ะ ตัวที่จะทำให้เจ้าเครื่องยนต์เป็นสนิม หากคุณไม่ไปทำการล้างช่วงล่าง (จังหวัดไหนหิมะตกเยอะ คนที่นั่นต้องเสียภาษีท้องถิ่นตรงนี้กันมากหน่อย)
หนาวอย่างนี้ คิดดูสิ จะตากผ้า กันอย่างไรดี
คนญี่ปุ่น ส่วนหนึ่ง นิยม ที่จะใช้บริการ ร้านซักรีด
หรือ อีกกลุ่มหนึ่ง ก็นิยม ร้านซัก อบแห้ง อัตโนมัติ
และ อีกส่วนหนึ่งก็ ใช้วิธีตากในบ้าน ตากกับเครื่องทำความร้อน
และก็อีกส่วนหนึ่ง ที่เอาไปอบใน โต๊ะโคตะซึ ที่ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของไฟไหมได้
นี่ไงค่ะ เจ้าโคตะซึ ที่ว่า มันคือโต๊ะที่ข้างล่าง มีแผงไฟฟ้า ทำความร้อน ซึ่งจะมีปุ่มให้ปรับความร้อน และใช้ผ้าคลุมหลายๆ ชั้นเอไม่ให้ความร้อนรั่วไหล
แต่ว่า นั่งไปนั่งมาเคล้ม อยากจะหลับ เพราะความอุ่น ไม่อยากเคลื่อนไหว
แล้ว เจ้าภัยร้าย จากโต๊ะตัวนี้ มันก็จะทำให้เราเวียนหัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง
รู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว
อะไรที่มีประโยชน์ มันก็มีโทษ
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
สิ่งที่ดี จากรายการทีวีญี่ปุ่น เรื่องเทคนิคการพัฒนาให้อยากจะทำ
เมื่อวานดูรายการทีวี やる気向上テクニック (ยะรุคิ โค-โจ-) ซึ่งแปลไว้ตามข้างต้นแล้ว
ผู้ร่วมรายการ ก็มีหลายท่าน เช่นนักวิชาการสาขาต่างๆ นักวิจารณ์ ออกมาร่วมรายการいろんな分野の 学者や、評論家が、テクを紹介。
พูดถึงวิธีการแล้วก็
หากอะไรที่มีความสำคัญ ตัวเอง ก็ต้องตั้งเป้าหมายเพื่อความสำเร็จ อย่างเช่น เขียนเป็นบันทึก เป็นบล๊อก
หรือไม่ก็ หากมีอะไรที่ได้รับคำชื่นชม โดยเฉพาะหากเป็นเมลล์ ก็ให้แยกเป็นโฟล์ดเดอร์ใหม่เก็บไว้เลย เพื่อเวลาที่หาก เรามีการท้อถอย จะได้กลับเข้าไปอ่าน ไปดู เป็นตัวอักษรนี่ดีกว่า เก็บไว้ในสมอง บางทีก็เอาออกมาอ่าน ก็ช่วยสร้างพลังออกมาได้ [ブログや、メールでほめられたとき、 それらをファイルを作って保存し、ときどき読み返して元気を出す]と言います。
อีกวิธีหนึ่ง ก็คือ ช่วงระหว่างการร้อง คะระโอเกะ ก็อาจจะออกรูปแบบว่า สมมุติว่า ตัวเองเป็นคนโน้น คนนี้ แล้วโพสต์ท่ากันไปเลย
หรือไม่ก็ ศิลปะเกี่ยวกับเรื่องครัว
หรือไม่ก็ การเล่นโคน ก็ช่วยได้
แต่อย่าใช้เงิน ของของรางวัลเป็นตัวล่อ เพราะว่า นั่นเป็นสิ่งที่ผิดๆ หากใช้เงินหรือของแล้ว เราจะต้องเพิ่มมูลค่าของ ของนั้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็ก นั้นต้องระวังเรื่องนี้ หากการทำอะไร แล้ว เขาทำด้วยความตั้งใจ เรากลับไปเปลี่ยนจุดหมาย เป้าหมายเขา เป็นของ เป็นเงิน แล้ว เรานั้นเป็นคนที่ไปทำร้ายเขา
รวมถึงนอกเรื่องอีกเรื่องก็คือ
ถึงเรื่องการเลี้ยงลูก คุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองบอกว่า เลี้ยงเด็ก นั้นไม่ต้อง ดูแล ให้สะอาด สะอ้าน อย่างเขาเองนั้น ไม่มีโรคภูมิแพ้ หรือแพ้อะไรง่ายๆ เพราะว่า แม่เขาบอกว่า เขานั้น เวลาอาหารตก แล้ว ชอบหยิบกิน เด็กนั้น ปล่อยให้สกปรก ยิ่งดี เพราะว่า เขาจะมีภูมิต้านเพิ่มขึ้น
ดีน่ะรายการนี้ เป็นรายการของ คนชื่อ สัมมะ ดูภาพเองน่ะ คนนี้แหล่ะ
สนุกดี มีความรู้ ให้มาเล่าต่อกันฟัง
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554
นวดแล้วดีอย่างไร นวดอย่างไร
สวัสดีค่ะ
เมื่อ ๒ วันก่อน ดูทีวี แล้ว อดไม่ได้ รีบโทรศัพท์กลับเมืองไทย ไปบอกคนที่บ้าน คุณหมอจากมหาวิทยาลัย ชินชู (ที่นี่ ท่านออกทีวี) ค้นพบ วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน (อดไม่ได้ต้องขยายต่อ ให้พวกเราได้มีสุขภาพที่ดี เพราะว่า หากเราสุขภาพไม่ดี แล้ว ละก็ ไม่ต้องบอกเลยว่า หากคุณจะเสียเงินไปรักษา สถานพยาบาลเอกชน ก็ต้องถามว่า เงินพอไหม ที่ทำงานมา หามา มันพอไหม และหากจะไปหาภาครัฐ ภาคประกันตน นั้นก็สุขภาพจิต เสียไปอีก ทรุดกันหนัก)
รักกัน รักกัน ไม่ชอบกัน ก็อยากบอกต่อค่ะ
ก่อนอื่นมาพูดกันถึงเรื่อง ภูมิคุ้มกันก่อน ไปหาอ่านมาค่ะ เขาบอกว่าอย่างนี้
"เมื่อได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะต้องสร้างสารภูมิคุ้มกันได้เร็วและมากพอจึงจะกำจัดเชื้อโรคได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอก็ทำให้ระบบอ่อนแอไปด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ไม่ค่อยดี จึงเกิดการเจ็บป่วยขึ้น เป็นหวัด เป็นมะเร็ง เป็นอะไรต่ออะไร"
จาก การที่คุณหมอ ท่านได้ทำการเจาะเลือด เพื่อหาภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แม่บ้าน มนุษย์เงินเดือน แล้วพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นมีน้อย เจ็บป่วยง่าย ทำอย่างไร ไม่ต้องกินยา ทดสอบ กันหลายอย่าง แล้วพบว่า การนวด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้มากๆ แล้วแต่จะกี่เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่คน แต่เพิ่มมากๆ หลังจาก นวดแล้ว ๓๐ นาที เจาะเลือด ค้นหาภูมิคุ้มกันอีกที "เห็นแล้วก็ต้องรีบกดโทรศัพท์ บอกต่อกันเลย"
คุณหมอ ก็ทดลอง นวด แต่ละจุด แต่ละคน คนละจุด คนละส่วน แต่ที่ได้ผลมากๆ ก็คือ
การนวด แต่นวดเบาๆ เหมือนเอามือกดฟองน้ำล้างจาน แบบที่มีรอยหยักๆ ให้รอยหยักๆ ปุ๋มไป ก็เท่านั้น ไม่ต้องออกแรงมาก
นวดเบาๆ ตั้งแต่เท้า ไปจนถึง โคนขา ด้านใน ด้านนอก นวดด้วยตัวเองก็ได้ แค่เพียง ข้างละ ๓-๔ นาที แล้วหลังจากนั้น นอนพักเขาหมอนหนุนเข่า แล้วเจาะเลือด ก็ได้ผล แบบที่บอก
คุณหมอบอกว่า(จากผลข้อมูลต่างๆ ที่ท่านเอามาแสดง คนญี่ปุ่นนี่เรื่องข้อมูล ละก็ เยี่ยมยอดค่ะ) มันช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นยังต้านโรคมันต้านมะเร็งได้ดี ด้วย
ทำให้นึกถึง ย่าซึ่งตอนนี้ อายุ ๙๒ แล้ว แต่ว่าไม่เคย เป็นหวัด เจ็บคอ ไอ เจ็บป่วย แบบว่าต้องไปหาหมอ
ย่า ชอบที่จะนวดให้คนมานวด นั่งๆไปก็นวดตัวเองไป ภาพที่น่านั่งจับขาตัวเองคุยไปนวดตัวเองไป ยังติดตาอยู่เลย
กลับเมืองไทย คราวนี้ ย่า ยังนวดให้หลาน คนนี้เลย นวดแบบตั้งใจ มีแรงซะด้วย
อยากให้ทุกคนแข็งแรง ค่ะ ไม่มีโรค หรือมีโรคให้น้อย ว่างๆ ไม่มีอะไร นึกอะไรไม่ออก ก็เอามือนวดๆ คลำๆ กันไป คลำไปเผื่อคนข้างๆ ก็ได้นะคะ หากเขาชอบ
เมื่อ ๒ วันก่อน ดูทีวี แล้ว อดไม่ได้ รีบโทรศัพท์กลับเมืองไทย ไปบอกคนที่บ้าน คุณหมอจากมหาวิทยาลัย ชินชู (ที่นี่ ท่านออกทีวี) ค้นพบ วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน (อดไม่ได้ต้องขยายต่อ ให้พวกเราได้มีสุขภาพที่ดี เพราะว่า หากเราสุขภาพไม่ดี แล้ว ละก็ ไม่ต้องบอกเลยว่า หากคุณจะเสียเงินไปรักษา สถานพยาบาลเอกชน ก็ต้องถามว่า เงินพอไหม ที่ทำงานมา หามา มันพอไหม และหากจะไปหาภาครัฐ ภาคประกันตน นั้นก็สุขภาพจิต เสียไปอีก ทรุดกันหนัก)
รักกัน รักกัน ไม่ชอบกัน ก็อยากบอกต่อค่ะ
ก่อนอื่นมาพูดกันถึงเรื่อง ภูมิคุ้มกันก่อน ไปหาอ่านมาค่ะ เขาบอกว่าอย่างนี้
"เมื่อได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะต้องสร้างสารภูมิคุ้มกันได้เร็วและมากพอจึงจะกำจัดเชื้อโรคได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอก็ทำให้ระบบอ่อนแอไปด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายก็ไม่ค่อยดี จึงเกิดการเจ็บป่วยขึ้น เป็นหวัด เป็นมะเร็ง เป็นอะไรต่ออะไร"
จาก การที่คุณหมอ ท่านได้ทำการเจาะเลือด เพื่อหาภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แม่บ้าน มนุษย์เงินเดือน แล้วพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นมีน้อย เจ็บป่วยง่าย ทำอย่างไร ไม่ต้องกินยา ทดสอบ กันหลายอย่าง แล้วพบว่า การนวด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้มากๆ แล้วแต่จะกี่เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่คน แต่เพิ่มมากๆ หลังจาก นวดแล้ว ๓๐ นาที เจาะเลือด ค้นหาภูมิคุ้มกันอีกที "เห็นแล้วก็ต้องรีบกดโทรศัพท์ บอกต่อกันเลย"
คุณหมอ ก็ทดลอง นวด แต่ละจุด แต่ละคน คนละจุด คนละส่วน แต่ที่ได้ผลมากๆ ก็คือ
การนวด แต่นวดเบาๆ เหมือนเอามือกดฟองน้ำล้างจาน แบบที่มีรอยหยักๆ ให้รอยหยักๆ ปุ๋มไป ก็เท่านั้น ไม่ต้องออกแรงมาก
นวดเบาๆ ตั้งแต่เท้า ไปจนถึง โคนขา ด้านใน ด้านนอก นวดด้วยตัวเองก็ได้ แค่เพียง ข้างละ ๓-๔ นาที แล้วหลังจากนั้น นอนพักเขาหมอนหนุนเข่า แล้วเจาะเลือด ก็ได้ผล แบบที่บอก
คุณหมอบอกว่า(จากผลข้อมูลต่างๆ ที่ท่านเอามาแสดง คนญี่ปุ่นนี่เรื่องข้อมูล ละก็ เยี่ยมยอดค่ะ) มันช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นยังต้านโรคมันต้านมะเร็งได้ดี ด้วย
ทำให้นึกถึง ย่าซึ่งตอนนี้ อายุ ๙๒ แล้ว แต่ว่าไม่เคย เป็นหวัด เจ็บคอ ไอ เจ็บป่วย แบบว่าต้องไปหาหมอ
ย่า ชอบที่จะนวดให้คนมานวด นั่งๆไปก็นวดตัวเองไป ภาพที่น่านั่งจับขาตัวเองคุยไปนวดตัวเองไป ยังติดตาอยู่เลย
กลับเมืองไทย คราวนี้ ย่า ยังนวดให้หลาน คนนี้เลย นวดแบบตั้งใจ มีแรงซะด้วย
อยากให้ทุกคนแข็งแรง ค่ะ ไม่มีโรค หรือมีโรคให้น้อย ว่างๆ ไม่มีอะไร นึกอะไรไม่ออก ก็เอามือนวดๆ คลำๆ กันไป คลำไปเผื่อคนข้างๆ ก็ได้นะคะ หากเขาชอบ
ผักดองญี่ปุ่น กับ น้ำพริกตาแดงของแม่
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นโดยทั่วไปอยู่ในช่วงหน้าหนาว มีหิมะตก โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่แถบทะเลญี่ปุ่น
อย่างที่จังหวัดนะงะโนะ นี้ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงอุณหภูมิ ที่ติดลบ ประมาณ -2℃ - -4 ℃ พืชผัก ทั่วไป ก็จะอาศัย การนำเข้า หรือ ผักที่ปลูกใน เฮ้าท์ แต่สำหรับ คนที่นี่แล้ว ผักที่กินกันในหน้าหนาว ก็คือ ผักดอง (漬物つけもの)อย่างเช่น โนะสะวะ นะ(野沢菜) หรือ ทะกุอัง ( たくあん) ก็คือ หัวไชเท้าดอง แต่ไม่ใช่เค็ม แบบ หัวไชโป๊ะ บ้านเราน่ะ ยังคงสภาพ หัวไชเท้า แต่รสชาด นั้น จะเค็ม หวาน เปรี้ยว ก็แล้วแต่บ้าน แล้วแต่ท้องถิ่น
บ้านเรายังกินรสไม่เหมือนกันเลย อย่างแถวแถบจันทบุรี ระยอง นี่ก็ออกหวาน
แต่โดยทั่วไปแล้ว ผักดองนี่ ก็จะมีรสเปรี้ยว ไม่ใช่ว่าใส่น้ำส้มหรอกน่ะ เพราะว่า มันเหมือนการบูด มันจึงมีเปรี้ยว แต่ผักดองที่คุณเห็นนี่ คุณแม่ญี่ปุ่น จะใส่น้ำส้มลงไปนิดหน่อย เพื่อให้ผักกรอบ
แต่ที่แน่ๆ เลย น้ำพริกตาแดง นี่เหมาะมาก สำหรับกินคู่กัน ไม่เชื่อ ใครที่อยู่ญี่ปุ่น หรือ อยู่เมืองไทย ลองหามากินกันดู แล้วจะบอกว่า มันเข้ากั๊น เข้ากัน
ใครไม่เคยดองผัก ก็ลองดองกันดูนะคะ
อย่างบ้านเรานี่ทำง่ายมากๆ เลย จำได้เรียน สมัยประถม คุณครูสอนดองผัก ดองไข่เค็ม
โรงเรียน ประถมที่เคยได้รับการศึกษา นี้ดีมากๆ ได้ ได้เป็นความรู้ ติดตัวมา (ขอบคุณ คุณครู โรงเรียนวัดตองปุ ลพบุรี)
จำได้ค่ะ ว่าที่เมืองไทย คุณครูสอนดอง ผักกาดเขียว
ซึ่งก็มีวิธีการเดียวกับที่ญี่ปุ่น ในขั้นแรก
ก็คือ ล้างผักแล้วผึ่งให้สเด็ดน้ำ แล้ว จึง โรยเกลือ ตากแดด ๑ แดด
แล้ว ตอนนี้ แหล่ะ ที่แตกต่างค่ะ
เมืองไทยเรา จะได้ผักที่ดองแล้วกินได้เร็ว ก็คือ น้ำซาวข้าว หรือ น้ำมะพร้าว
แต่ที่ญี่ปุ่นนี่ จะใช้รำข้าวหรือ ใช้ มิโสะ (สำหรับ ดองหัวไชเท้า, ส่วนผักอื่นเช่นผักที่มีใบ มีก้านแยะนั้นจะไม่ใช้ พวกนี้ รอให้น้ำมันออกมาจากผักเอง) และ อาจจะใส่เครื่องปรุงรส อย่าง โชยุ หรือ ดาชิ ต่างๆ อันได้แต่ ปลาน้อยตากแห้ง หรือ สาหร่ายคอมบุ พริกแห้ง แล้วแต่บ้านอย่างที่บอกค่ะ
ที่ญี่ปุ่นนี้ก็แดดไม่ดี เหมือนบ้านเรา อย่างจังหวัดนะงะโนะ นี้ มีบ่อน้ำร้อน มากทีเดียว
ที่อำเภอ โนะสะวะ นั้น ก็จะใช้วิธีล้างผัก ในบ่อน้ำร้อน ซึ่งก็เป็นที่ขึ้นชื่อ สำหรับผักโนะสะวะ นะ
ขอบคุณน้ำพริก ตาแดง ไร้ผงชูรส ชูรสด้วยปลาป่น ของคุณแม่ประสาน อร่อยมากๆ กินกี่ครั้ง กี่ครั้ง ก็อร่อย อร่อยทุกคำ ขอบคุณแม่สำหรับรสชาด ที่ไม่เผ็ด ทำให้กินได้นาน ร่างกายอบอุ่นในหน้าหนาวนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)