วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทอดอย่างไรให้อร่อย



ฝักทองลูกนี้ ติดมือคุณสามีมา ตอนถอนหญ้า เกิดการผิดพลาด ฝักทองลูกนี้หลุดออกมา แต่อย่างไรเสีย ต้องไม่ให้เสียของ เอามาทอด กับมันฝรั่ง ทอดด้วยวิธีเดียวกัน คือ ทอดน้ำมันที่ไม่ร้อน ทอดไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ และ เริ่มเพิ่มอุณหภูมิ เหมือนกับ การทอดปะเปี๊ยะ ที่ถึงแม้จะเย็น ก็ยังคงความอร่อย ข้างในจะซุยๆ


ฝักทองลูกนี้ ดูภายนอกแล้วอ่อนมากๆ แต่จริงแล้ว เหนียวใช้ได้เลย เพราะว่า เป็นลูกต้นๆ ฝักทองต้นหนึ่ง จะใช้ได้จริงก็แค่ ประมาณ สองผล เท่านั้น นอกนั้นก็จะไม่อร่อย


กินแต่ของอร่อยๆ อย่างนี้ คงต้องมีคนอิจฉาเป็นแน่








กินปู ที่ นิงะตะ



สิ่งที่สามารถหากินได้ง่าย อีกอย่างหนึ่งในญี่ปุ่นคือ ปู โดยเฉพาะที่จังหวัดนิงะตะ ที่อยู่ถัดไปจากนะงะโนะ

ไม่แพง สามารถอิ่มอร่อย แบบ เต็มที่โดยไม่ต้องกินอะไรเลย นอกจากปู ซื้อแล้ว จะนั่งกินที่เขาจัดเตรียมโต๊ะไว้ให้ หรือ จะใส่กะละมัง แบบที่เห็นแล้ว เดินไปกินด้านหลัง ใกล้ๆ ทะเล ก็ได้ เขาจะมีผ้าเช็ดมือ และ กรรไกร ตัดปูไว้ให้เรียบร้อย ใครมีโอกาสมา และ อยากจะลิ้มลอง ปูแท้ๆ ก็หาโอกาสให้ได้นะคะ




ง่ายๆ อิ่มอร่อย



วันนี้ด้วยความรีบและร้อน หลังจากไปสวนผักเก็บผักมา

อย่างแรกเลย ก็ทำกับข้าวให้คุณแม่ก่อนเลย

ผัดมะเขือยาวสีม่วง ผสม พริกหยวกหวาน กับน้ำมันงา ปรุงรสด้วย มิโซะ และ น้ำตาล

อันนี้ก็ได้รับการชื่นชมว่าอร่อย ก็แน่ละสิ เพราะผักเพิ่งเก็บมา มันต้องอร่อยอยู่แล้ว


ส่วนอีกเมนูที่เห็นก็ตามรูปเลย

แกงเลียง ง่ายมากๆ คือ ต้มน้ำ แล้วใส่ผงปลา ที่เรียกว่า คะซึโอะบุชิ แล้วเต็มผัก คือ ผักปลัง ( つるむらさき) และ ผักกระเจียบ (オクラ)และที่สำคัญคือ ใบแมงลัก ปรุงรสด้วย น้ำปลา เท่านี้ กลิ่นอายของแกงเลียง ก็ออกมาแล้ว ต้มไปเรื่อยๆ ขณะที่เตรียมเครื่องทำผักกระเพรา


ผัดกระเพรา วันนี้อร่อย เพราะว่า ได้ถั่วฝักยาว ที่อร่อย พริก และ กระเพรา รวมทั้งกระเทียม จากสวนปีนี้ ไม่ต้องใส่ผงชูรสแบบบ้านเราเลย ก็อร่อย ควรคู่กับฤดูร้อน แม้จะเป็นฤดูร้อนในญี่ปุ่น ก็ให้คลายเหงา คลายคิดถึงเมืองไทยได้ไม่น้อย

ขอบคุณสวนผัก และ คุณสามี ก็ช่วยไปถอนหญ้าให้ในบางเวลา

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

shunkiku


อาหารจานนี้ มาจากผักที่ชื่อ ชินคิคุ ลองทำแบบนี้ดู ก็ไม่เลว ผสมแป้งสาลีอ่อน กับ ไข่ และเกลือ แล้ว ตรงกลางวางผัก ลงไป ก็ดีเหมือนกัน

ตอนนี้ผักนี้ เก็บกินได้แล้ว ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ผักนี้คิดว่าปลูกได้ทั้งปี เพราะว่า หน้าหนาวๆ เราก็เอามาใส่กับ สุกี้ ญี่ปุ่น กลิ่นหอมดีค่ะ



ตกใจหมด








ที่ญี่ปุ่นนี่ ก็มีหนู เหมือนเมืองไทย เมื่อคราวก่อนหนูวิ่งกันในบ้าน กัดของในบ้าน กว่าจะไล่จับกันได้ เอาเครื่องไล่ไฟฟ้า มาก็แล้ว ได้ผลแต่วันแรกๆ แต่มาหนูรู้เสียแล้ว ก็จบกัน




กว่าจะจับได้ก็คือ กาวดักหนู นั่นแหล่ะ จนหนูตัวโต สมบูรณ์เต็มที่




นี่ก็เดียวมีหนูเข้าบ้านอีกแล้ว คุณแม่เขาก็เลยเอากล่อง กาวดักหนู มาวางไว้




แล้วก็ตกใจ ว่ามีของประหลาดอยู่ในกล่องให้ช่วยดูให้ที (จริงแล้วกล่องอยู่ในที่มืดๆ ซอกประตูเข้าบ้าน) ไอ้เราก็กลัว แต่ด้วยอายุน้อยกว่า ก็เลยต้องทำ แบบว่า ค่อยเอามือ คืบเข้าไป คีบมันออกมา กลัวก็กลัว




และแล้วก็ต้องถ่ายภาพมาเก็บไว้ มันประหลาดดี












ดูสิว่า อะไร "มันฝรั่ง" มันฝรั่ง ตกลงไปอยู่ในกล่อง คือ มันฝรั่งที่เราเก็บมาจากสวนปีที่แล้ว มาวางไว้ตรงชั้นใกล้ๆประตูเข้าบ้าน เวลาจะใช้งานก็ไปเอามันมา มันคงตกไป ดูสิ งอกออกหัว ออกหาง ออกขา ประหลาดไหม

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พรุ่งนี้ กับ การเริ่มงานในปีนี้

ตอนนี้ ที่ญี่ปุ่น เป็นหน้าฝน ปีนี้ หน้าฝนมาเร็วกว่าทุกปี ราวสองอาทิตย์ กลางวันก็เริ่มร้อน พืชผักก็กำลังงอกงาม โดยเฉพาะผักที่ฝังหัวในฤดูหนาว อย่างหอมใหญ่ กระเทียม ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว อย่างที่สวนของเรานี่ ก็จะช้าหน่อย เพราะว่าเราไม่ได้ใช้พลาสติกคลุมดินไว้ เราปล่อยแบบธรรมชาติ ให้ผักของเราต่อสู้ธรรมชาติเอง (ใจร้ายหน่อย)

พรุ่งนี้ เราจะไปเริ่มงานการเกษตร คือ ปอกกระเทียม ตัดก้าน ตัดราก เรานั้นทำในร่ม ในโรงของการเกษตร
คือเป็นกระเทียมที่เขาปลูกไว้เพื่อส่งโรงงาน ที่จะผลิตอาหารเสริม มีทั้งกระเทียมไร้กลิ่น และ มีกลิ่นแต่เป็นสูตรพิเศษ (จดลิขสิทธิ์)
จะมีเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ขุด(โดยรถขุด) แล้ว มีคนไปตามเก็บ มาส่งให้ พวกเราที่เป็นคนปอก มีประมาณ ๓๐ คน
เป็นงานง่ายๆ แต่เราก็ตื่นเต้นเหมือนกัน
พอตื่นเต้น หรือ มีกังวล แล้ว ผลคือ คอแข็ง คอเคล็ด
ฉะนั้นจึงอยากจะบอกเพื่อนๆ คนอื่นๆ ว่า เวลาที่เรา เครียด ก็มีกังวล ก็จะมีผลที่คอเหมือนกัน คราวที่แล้ว รับปากจะไปทำอาหารไทย ให้สมาคม คนอาสา ก็คอเคล็ดไปแล้ว คราวนี้มาอีกแล้ว เฮ้อ มีด้วยเรื่องแบบนี้ จึงอยากจะบอกต่อ

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หมูทอดญี่ปุ่น 豚カツ(ton katsu)


อาหารอีกอย่างที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยๆ หน่อย ยังอยากจะกินแบบหมู แบบ เนื้อ
สามารถทำกินเองได้ในบ้าน แต่ก็ยุ่งยากนิดหน่อย แต่ก็ดีที่ทำเอง เราใช้น้ำมันใหม่ กินสบายใจกว่า
วิธีทำคือ
๑.หมูหั่นชิ้นพอคำ หรือ จะทำแบบชิ้นใหญ่ๆ แล้วไปสับทีหลังก็ได้ แต่หากไม่อยากเปรอะครัวมาก ก็หั่นชิ้นพอคำ จะได้ไม่ไปเปื้อนเขียง อีกทั้งมีดไม่ดี ก็พอดี แป้งกระจาย ไม่น่ากิน ไปเลย

๒. กรีดเนื้อหมูเป็นเส้นๆ แล้วใช้สันมีดทุบเบาๆ เพื่อไม่ให้หมูยึดติดกัน มันจะเหนียว
๓. โรยเกลือ นิดเดียวเพื่อให้หมูมีรส หรือ หากจะให้นิ่ม ก็ใช้ มอยองเนส (สำหรับผู้ต้องการความอร่อย แต่ไม่เน้นสุขภาพ)
๔. คลุกไปบนแป้งสาลี ไม่ต้องให้แป้งติดมาก เดียวไม่ติดไข่
๕. ชุบลงในไข่
๖. คลุกบนแป้งขนมปัง (หมูจะอร่อยก็แป้งขนมปังที่ดี คือ ควรทำเอง เขาขนมปังอร่อยๆ ของเรานี่ ไปตากแดด แล้วป่น ป่นมากก็จะเป็นแบบบนรูปนี้ คือ ไม่ฟูมาก)
สุดท้ายคือ ทอด ค่ะ
แล้ว เคียงด้วย กระหล่ำหัว ที่หั่นเป็นเส้นๆ
ส่วน น้ำจิ้ม ก็หวานเค็มค่ะ แนะนำว่า ใช้น้ำผึ้งผสม และ ก็ งาป่น จะเพิ่มความอร่อย แล้วก็ใส่แป้งมันนิดหน่อย เพื่อให้เป็นยางๆ เหนียวหน่อย