วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ผัดผัก ในบ้านญี่ปุ่น



ผัดผัก ในจานนี้ เป็นผักจากสวน ตัวเองล้วนๆ

มี กระหล่ำดอก , คะน้า , ถั่วลันเตา , กระเทียม

กระเทียมนั้น ก็แค่ เอากลีบมัน ไป ปักไว้ในดิน ก่อนที่หิมะจะตก คือเดือน พฤศจิกายน ตอนนี้ เดือน มิถุนายน ก็เก็บได้แล้ว ปีนี้ หัวเล็กมากๆ คิดว่า เพราะว่า ดินตรงที่ปลูกนั้นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่

แต่ไม่เป็นไร กินได้ สะดวกใจ

คะน้า นั้นก็ ใบ และ ยอด กินไม่ได้ แมลงลง ดังนั้นต้องเลือกแต่ก้าน

ส่วนกระหล่ำดอกนั้น ก็ ปลูกไว้ ๑๐ ต้น แต่ว่า ที่กินได้ ก็เห็นจะแค่ ๕ ต้น ขนาด คลุมด้วย ไนล่อน เพื่อไม่ให้แมลงกิน แต่ ผีเสื้อ ก็เข้าจนได้ ยังดีน่ะ ที่มันยังกินเป็น ต้นๆ ไป แบ่งกันกิน

ถั่วลันเตา นั้น ปกติ ควรจะปลูกไว้ พร้อมกับ กระเทียม แต่ปีนี้ ปลูกช้าไปหน่อย ก็เลยได้กินช้า ปลูกเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ได้เก็บฝักอ่อน ครั้งแรกก็เดือน มิถุนายน กลางเดือน ซึ่งเริ่มมีฝนลง พอฝนลงเท่านั้น ก็ได้กินเลย อยู่แบบคนรวย แต่รวยแบบ รวยสุขภาพค่ะ

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ปลา สัมมะ หวานเค็ม


สวัสดีค่ะ กับข้าว ที่กินกับข้าว ได้มาก จานนี้ อร่อย จนคนสูงอายุที่บ้าน ไม่ยอมให้ไปแบ่งให้ใคร จานนี้ มีเคล็ดลับ ที่ได้มา จากหนังสือที่ห้องสมุดอำเภอ
เครื่องปรุง
ปลา สัมมะ さんま(ราคาถูกมากๆที่ญี่ปุ่นนี่)2-3 ตัว (หากตัวใหญ่หน่อย)
A → น้ำ ประมาณ 200 ซีซี , โชยุ , มิริน , น้ำผึ้งเล็กน้อย , ขิง 2-3 แว่น , เหล้าขาว นิดหน่อย
วิธีทำ
1 ทำปลา เอาเครื่องใน ปลา ออก แล้ววางบน ตะแกรง
ราดด้วยน้ำร้อน แล้ว ตามด้วย น้ำเย็นทันที อันนี้สำคัญ ทำให้ดับคาวปลาได้ แล้วหั่นเป็น 3 ท่อน
2 ตั้งกระทะ แล้ว ใส่ A (ที่ต้องใส่น้ำเพื่อไม่ให้ โชยุไหม้) ชิมรส ออกหวานเค็ม (ไม่ต้องเข็มข้นมาก นัก เพราะว่า จะต้องเคี่ยวนาน )
3 ใส่ 1 ตอนนี้ ไฟกลาง พอเดือดแล้ว จึงไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ อาจจะใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง ชิมรสไปพลาง ควรปิดฝากระทะ เพื่อจะได้ประหยัดแก๊ส และก็สุกได้ทั่วถึง เคี่ยวไปจนกระดูกปลาอ่อน หากไม่อ่อน แต่วันนี้จะกินก่อนก็ดี(เพราะเยอะ) แล้วเหลือ พรุ่งนี้ มาอุ่นใหม่ ก็ได้ค่ะ ยิ่งนานยิ่งอร่อย

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เพื่อน ผู้โชคดี


หนุ่ม ผู้ไม่เป็นชาย เสียแล้ว (ทำไมล่ะ ก็ตอนเสียแล้วไง)
อาจจะเป็นผู้โชคดี ที่เราไป รับเขามาเลี้ยง จากสำนักงานกักกันสุนัข ที่ผู้เป็นเจ้าของ ไม่สามารถเลี้ยงเขาได้ อาจจะด้วยเหตุผล แก่เฒ่า หรือ เจ็บป่วย หรือ เลี้ยงไม่ไหว เนื่องจาก สาเหตุต่างๆ
ที่ญี่ปุ่น หากจะเลี้ยงสุนัข จะต้อง ไม่ให้เขาออกไปเพล่นพล่าน นอกสถานที่ของเรา ไม่นั้น ใครเจอ เขาก็จะจับ ไปส่งที่สำนักงาน ส่วนท้องถิ่น
แล้ว เขาก็จะส่ง ไปสำนักงาน กักกันสุนัข ในจังหวัด หรือ อำเภอใหญ่ๆ ต่อไป เพื่อรอเจ้าของมารับ
หากไม่มารับ หรือไม่มีผู้มาขอไปเลี้ยง ภายใน ๓ วัน เขาก็จะจัดการ กำจัด ดู(ทีวี) แล้วสงสารมากๆ

หนุ่มน้อยตัวนี้ สามี ดูจากเวปซ์ไซด์ของจังหวัด ในส่วนกักกัน สัตว์เลี้ยง(保険所) แล้วเราก็โทร ไปเพื่อบอกความประสงค์ขอรับมาเลี้ยง
เราเลยตั้งชื่อว่า "โชคดี" เขาโชคดี แต่เรานั้น โชคร้าย หน่อย เพราะว่า เขากัด ตั้งแต่วันแรกที่ไปรับเลย "มันร้าย"
อย่างว่า เราไม่ใช่เจ้าของ เขาแท้ ๆ ต้องทนๆไป เห็นเขาบอกว่า ต้องใช้เวลาประมาณ ๒ ปี เขาจึงจะเชื่องกับ เจ้าของใหม่

โชคดี นั้น จริงแล้ว อายุ เท่าไหร่ ไม่มีใครรู้ เพราะ เขาเป็นหมา จรจัด และ จรจัด มานาน เท่าไหร่ ก็ไม่มีใครบอกได้ แต่ทางสำนักงานฯ เขาประมาณให้ว่า ๒ ปี
จริงแล้ว หากโชคดี ยังมีปลอกคอ และ มีหมายเลข แขวนไว้ เขาก็จะถูกส่งกลับไปยังเจ้าของเดิมได้ เพราะการเลี้ยงสุนัขในญี่ปุ่น นี่ต้องลงทะเบียน (เสียเงินด้วย)
และต้องฉีดยากันโรคสุนัขบ้า ทุกปี

แต่นี่ โชคดี ไม่มีปลอกคอ ติดมา ตอนเราดูในเวปซ์ เขาก็เขียนไว้ว่า เป็นมิตรที่ดีกับคน
แต่พอมาเลี้ยงจริง เขากัด กัดบ่อย ก็เลยให้พลอยคิดว่า เขาคงถูกปล่อยมาแน่ๆ เพราะนิสัยอย่างนี้
อย่างไรก็ดี ถึงร้าย แต่พวกเราก็รักเขา เขาเป็นเพื่อนเรา ทำให้วันหนึ่งๆ ของเรา มีความหมายขึ้นมาอีก หนึ่ง ความหมาย ว่าเราต้องดูแล เขา
เพราะ หากเขา ขาดเรา แล้วเขาจะต้องลำบาก อาจจะแย่ไปกว่านั้น อีก หากไม่มีใครเอาเขาไปเลี้ยงต่อ


วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำ ซุปเต้าเจียว แบบญี่ปุ่น

มิโสะจิรุ เป็นชื่อเรียก อาหาร ถ้วยนี้

มิโสะ 味噌 คือ เต้าเจียวญี่ปุ่น

หากสนใจอยากจะทำเอง ลองดูจาก ไซด์ที่ว่านี้ก็ได้ค่ะ
แต่โดยทั่วไปแล้ว ก็ซื้อสำเร็จค่ะ
มิโสะ ซุปปุ ประกอบด้วย
เครื่องปรุง ดังนี้
๑. มิโสะ
๒. ดาชิ (ผงชูรส ญี่ปุ่น) ดูจากภาพขวามือ คือช้อนสีเหลืองเล็กค่ะ นี่คือ ดาชิ
๓. เต้าหู
๔. สาหร่าย วาคาเม
๓-๔ นี้ ใช้อะไรก็ได้ค่ะ อยากจะใส่ผักอะไร อยากจะใส่ หอยลาย กุ้งเล็ก แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช้ คือ เนื้อสัตว์ ค่ะ
วิธีทำ คือ
๑. ต้มน้ำให้เดือด
๒. ใส่ มิโสะ ลงไปประมาณพอควร ให้เค็ม (บางคนอาจจะใส่ มิโสะ ใน กระชอน เพื่อกรองเอาส่วนแข็ง ที่เป็นเม็ดๆ ออก เพื่อให้ซด ลื่นคอ ก็แล้วแต่ละคนค่ะ ไม่ต้องเอาออกก็ได้ เสียดายของ)
๓. ใส่ ดาชิ ลงไป สัก ๑ ช้อนโต
๔. ใส่เต้าหู้ สาหร่ายวาคาเม(สด) ที่บอกว่าสด เพราะว่า เขามีขาย แบบ แห้งๆ ที่เอาไปแช่น้ำก่อน ใช้งาน)
เสร็จ แล้วชิมรส ค่ะ หากเค็มไม่พอ ก็ใส่ มิโสะ ลงไปอีก (ไม่ใช้เกลือ หรือ โชยุ) หาก ไม่กลมกล่อม พอ ก็ใส่ ดาชิ เพิ่ม
ซุปเต้าเจียว นี้ คนญี่ปุ่น กินได้ทั้งวันค่ะ แต่กินมากก็ไม่ดี เพราะ เค็ม จะทำให้เป็นโรค ไต ได้เหมือนกัน ของอะไร ต้องพอประมาณค่ะ
อนึ่ง มิโสะ นี้ใช้ประกอบอาหารอื่นๆ ได้อีกมากมาย
อย่าง ราเมง รส มิโสะ
หมู ไก่ หมัก มิโสะ
ผักสดๆ จิ้มกิน กับ มิโสะ สดๆ ก็อร่อย

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"สนามม้า"แหล่งการพนันของรัฐบาลญี่ปุ่น


競馬 (เคบะ) ม้าแข่ง เป็นอีกแหล่งหนึ่ง ที่ทำรายได้ ให้กับรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งมีแข่งกันทุกวัน มีการโฆษณาทีวี สามารถ ซื้อม้าแข่งได้ ทั้งที่ทางอินเตอร์เนต โดยผ่านมือถือ หรือ เครื่องคอมฯ และการไปยังสนามแข่งม้า หรือ สถานที่ ที่มีจอ ทีวียักษ์ สำหรับ รายการแข่งม้า โดยเฉพาะ
เมื่อวันหยุด โกเดลวีค ที่ผ่านมา เราไปจังหวัดนิงะตะ ไปสนามแข่งม้า อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร เห็นแต่ทาง ทีวี
แต่พอไปแล้ว ตกใจมาก คนเยอะมาก ลูกเด็กเล็ก คนแก่ คนหนุ่ม คนสาว เยอะแยะ มีสวนให้เด็กเล่น มีร้านอาหาร คนจำนวนหนึ่ง เอาเสื่อไปปู รองนั่ง เอาอาหารไปทาน ทำเหมือน ไปปิคนิค เลย

ซุป น้ำใส แบบ ญี่ปุ่น เราก็ ทำได้

お吸い物 (โอะสุย โมะโนะ) ซุปน้ำใส

วัตถุดิบ ที่สำคัญ คือ かつおぶし (คัสซึโอะ บุทชิ) เป็น ปลาโอแห้ง ขูดเป็นแผ่นบางๆ มากๆ

มีขาย ทั้งเป็นแบบ ถุงโต ไว้ใช้ทำน้ำซุป หรือ เป็นแบบ ซองฉีก ใช้โรยบนผักต้ม แล้ว ราดด้วยโชยุ เป็น อาหาร ง่ายๆ อีกจาน

หากไม่มีปลานี้ ก็ใช้ ปลาแห้ง บ้านเรา แช่น้ำ ให้ได้น้ำสีเหลืองๆ ออกมา ก็คิดว่า แทนกันได้ค่ะ


วิธีทำ ๑. ตั้งน้ำให้เดือดพล่าน ใส่ かつおぶし วงไป ประมาณ ๑ นาที ไม่ต้องนานค่ะ ไม่นั้นเดี๋ยวน้ำ จะออกรสเปรี้ยว

๒. ใช้ตะแกรง กรอง จะได้น้ำใสๆ (ไม่ต้องเสียดาย ไม่ต้องบีบ เอาน้ำออกให้หมด เดี๋ยวเปรี้ยว ไม่อร่อย)
๓. ใส่ผักที่ต้องการ ตามภาพนี้ ใช้ ใบ กุ๋ยฉ่าย (จากหลังบ้านนี้)
๔. ใส่เกลือ นิดหน่อย

๕. ราดด้วยไข่ ที่ตีไว้


หมายเหตุ ผักนี้ หากเป็นตามร้าน เขาจะต้ม แล้ว ราดด้วยน้ำเย็น ให้ผักมีสีสวย แล้ว เอามาใส่ ในถ้วยแต่ เล็กน้อย อย่างเช่น กวางตุ้งบ้านเรานี่แหล่ะ เอาตรงส่วนดอกสีเหลืองหน่อย ใบสีเขียวนิด ซุปก็จะมีสีสวย

หรือไม่ ก็ใส่ หอยอย่างเช่น หอยลาย สัก ๒ ตัว ลงไปด้วยก็จะดูน่ากินอีกหน่อย
ซุปนี้ จะมีรส อ่อน อาจจะไม่เหมาะกับคนไทย ที่กินอาหาร รสจัด แต่หากอยากจะ ซดน้ำ เยอะๆ ก็ดีค่ะ
สำหรับ อาหารญี่ปุ่น เมื่อเราไปกินร้านดีๆ เขาจะยกมาทีละจาน เรียงลำดับ เพื่อให้ ปากของเรา ไม่สับสน ไปกับ รสของอาหารที่ แตกต่างกัน กินรสจัด แล้วไปกินจืด กินหวาน แล้วไปเปรี้ยว มันก็ไม่ได้เรื่อง

เมื่อวันแม่ เราไปกิน อาหารกัน ที่ร้าน สุซุ ฮะนะ www.e-obuse.com/shop/index.php/suzuhana

ซุปน้ำใส นี้ ก็ถูกยกออกมา เป็น รายการที่สอง หลัง จาก กินในฤดู ที่ทำเป็นอาหาร รสอ่อนๆ ที่มีทั้ง ต้ม .ทอด ทำเป็น คำเล็กๆ กินเสร็จ ก็ซด น้ำซุป

 





อาหารมื้อเช้า


อาหารเช้า โดยทั่วไป แล้ว ต้องมี น้ำซุป ที่เรียกว่า มิโสะ จิรุ 味噌汁 เรียกเป็นภาษาไทย ให้เห็นภาพ คือ ซุปเต้าเจี๊ยว แต่ เต้าเจี๊ยวนี้ เป็นแบบ เต้าเจี๊ยว ละเอียด ที่ไม่มีน้ำ ซื้อได้ทั่วไป ในญี่ปุ่น ราคาก็แตกต่างกันไป แล้ว แต่วัตถุดิบ สถานที่ผลิต ถูกๆ เลย ก็มี ถุงหนึ่งไม่ ถึง ร้อยเยน ก็มี วัตถุดิบน้ำอาจจะมาจากเมืองจีน ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ที่ญี่ปุ่น ไม่นั้น หากเป็นอะไรก็แล้วแต่ ที่แหล่งกำเนิด ในญี่ปุ่น ก็ราคาแพง
ปลาที่เห็น ในรูป คนญี่ปุ่น เรียกว่า สะเก  サケ(鮭) คือ ปลา ซามอล ที่มีเนื้อสีส้ม เอามาทำเค็มก็ได้ กินดิบ ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว หากมาทำเค็ม ก็เป็นกับข้าวเช้าที่ดีเลย "อร่อย มันๆ เค็มๆ" นึกถึง ปลาสะหวาย บ้านเราเลย
ข้าวญี่ปุ่นนั้น คนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่บอกว่า ข้าวอร่อย คือ ข้าวใหม่ ที่มี รสหวาน แต่คนไทย นั้น ต้องข้าวเก่า เพราะว่า ข้าวใหม่ มันหุงไม่ขึ้นหม้อ มันแฉะ
ข้าวญี่ปุ่น นั้น คล้ายกับ ข้าวเหนียว แต่ไม่ เหนียว ถึง ขนาด เป็นข้าวเหนียว ข้าวเหนียวเขาก็มี เม็ดตุ้นๆ เหมือน ข้าวเจ้า นี่แหล่ะ
มาญี่ปุ่นใหม่ ๆ กินข้าวญี่ปุ่น แล้ว คิดไปว่า กินข้าวเหนียว เปียก เลยกินข้าว เขาไม่ค่อยได้ อยู่ไปนานๆ ก็เริ่มชิน ไม่รู้สึกอะไร
ของอะไรก็แล้วแต่ เมื่อไม่คุ้นเคย อาจจะยังรับไม่ได้ แต่เคยๆ เสียแล้ว มันก็เฉยๆ ลองเปิดใจยอมรับ ก็ดีเหมือนกัน ได้อะไรใหม่ๆ เพิ่มมาในชีวิต ว่าไหม