วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555
อุด้ง เย็น ร้อน
กินจนจะหมดอยู่แล้ว เพิ่งนึกได้ว่าน่าจะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ก่อน
วันนี้ ขอบคุณ คุณสามี ที่นวดแป้งไว้ให้ ปล่อยให้เมียได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านได้อย่างสบายใจว่า วันนี้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำอาหารมาก
อุด้งเย็นนั้น จะมีความเหนียว ความแข็งมากกว่า อุด้งร้อน แต่ว่า ยังหนาวอยู่เลย วันนี้ฝนตกด้วย เลยกลับมาหนาวอีก ต้องเปลี่ยนเป็น อุด้งร้อน
ทำไมอยากทำอุด้ง หรือ ก็วันก่อน ไปสวนผัก ไปถอนหญ้า แต่ก็บังเอิญเจอ "เนสุมิ ไดก้อง" คือ หัวไชเท้าขนาดเล็ก แต่มีความเผ็ด ปลูกไว้ เพื่อทำ ทะคุอั้ง (หัวไชเท้าเค็ม แบบแอบมีหวาน มีเปรี้ยวนิด)
เอามาขูด แล้วรีดน้ำออก ทิ้งกากไปบ้าง เพื่อจะได้ละลาย มิโซะ ได้ง่าย
สรุป น้ำจิ้ม ก็คือ น้ำหัวไชเท้าเผ็ด ผสมกับมิโซะ อาจจะอร่อย เพิ่มอีกแบบ เราก็มี คะซึโอะคะ (ผงปลา) วางไว้ให้ เปลี่ยนรสชาด
แถมวันนี้ ได้รับ พริกหวาน จากเพื่อนญี่ปุ่น เอามาให้ถึงบ้าน เธอบอกว่า เธอไปทำงานบริษัทนี้มา เลยเอามาฝาก เลยย่างในกะทะ แล้วปรุงรสด้วย โชยุ และ เกลือ พริกไท (小山さん ミーちゃん ありがとうね)
อีกเมนู ที่เห็นก็คือ ฟักทอง คะระเกะ กับ ฟักทองต้มที่ปรุงรสด้วย มิริน กับ โชยุ ของชอบของคุณแม่ เพราะว่า ฟักทองมีแยะมากๆ เลย ต้องทำคะระเกะ แล้ว ใส่ช่องแช่แข็งไว้กินยาม "ขี้เกียจ"
......มีรายการอาหารอะไรที่เราไม่ได้บอก แต่อาจจะสังเกตุ ยากสักหน่อย ก็ยังมี ก็พริกหยวกย่าง กับ มะเขือนยาวย่าง ราดด้วย โชยุ กันง่ายๆ แบบนี้ไง เขาเลยอายุยืนยาว
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555
งานอดิเรก ที่มุ่งมัน
เปลี่ยนเรื่องกลับมาเรื่องลูกปัดดีกว่า ไปคราวนี้ กะว่า จะไปกวาดซื้อลูกปัดที่เมืองไทย ไปแถวเยาวราชเลย เช็คจากเนตไปแล้วว่าร้านไหน ร้านไหน ผลปรากฏว่า หาลูกปัดสวยๆ ไม่ได้ดั่งใจ แถมแพงอีก เพราะว่า ลูกปัด เป็นลูกปัดญี่ปุ่น เอ้า อยู่ญี่ปุ่น ไปซื้อลูกปัดญี่ปุ่น ไหนๆ ไปแล้ว เอาก็เอา ซื้อก็ซื้อ
แต่ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กลับมาญี่ปุ่น ตอนนี้ก็ยังมุ่งมั่น ร้อยถัก เจ้าลูกปัดสีดำ วันหลังเสร็จแล้วจะเอารูปมาลง มาอวดกัน ว่ามันเป็นงานละเอียด ทำไม่สวย รื้อ ทำใหม่ เอาให้ถูกใจ ฝึกให้เก่งกันไปเลย
วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555
รักษาดวงใจฉัน ด้วยวิธีส่วนตัว

มีคำกล่าวจากสามีว่า ตัวฉันเอง มีนิสัยที่น่าจะเป็นปัจจัยต่อการเป็นโรคหัวใจสูง ซึ่งไม่เถียง เพราะว่า มันก็น่าจะจริง แต่ที่อยากจะแบ่งปันก็คือ วิธีการรักษาดวงใจของตัวเอง ไม่ให้ดิ่งไปมากกว่านี้ ต้องยอมรับว่า
- คนทุกคนมีเรื่องเครียด
- ความสามารถในการทนต่อความเครียด ของแต่ละคน ก็ไม่เท่ากัน คงจะเอามาวัดกันไม่ได้ ว่าทำไมเรื่องแค่นี้ แค่นั้น
สิ่งที่อยากจะบอกต่อ คือ วิธีการหยุดความเครียดชั่วคราว ให้ใจได้หยุดพัก เป็นวิธีส่วนตัว ที่ฝึกฝนมาเนิ่นนานมากๆ เมื่อไร จำคงไม่ได้แล้ว คือ
หยุดความคิดนั้น ด้วยการมองลมหายใจหัวเอง นึกด้วยว่า เราต้องหยุดความคิดนั้นไว้ชั่วคราวก่อน ด้วยคำว่า พุธ โธ หายใจเข้า พุธ หายใจออก โธ มองลมหายใจที่ปลายจมูกตัวเอง หยุดได้สักสองสามนาที ก็ยังดี เพราะว่าหัวสมอง หรือ ใจ เดียวมันก็วนกลับไปเรื่องนั้นอีก และแล้วเราก็หยุดมันสักนิด สักสองสามนาที โดยเฉพาะจะหลับ คือ ตอนนอนนั่นแหล่ะ จะท่องไป มองลมหายใจตัวเองไป ที่ผ่านมาจะไม่ฝันร้าย นอกจากตัวเองจะเริ่มมีอาการป่วย ก็จะรู้ตัวเมื่อฝันร้าย
สมัยเด็กนั้น บอกได้เลยว่า ตัวเองนั้นเป็นเด็กฝันร้าย เวลาหลับตาลง กำลังจะเข้าดิ่งสู่นินทรานั้น เรียกว่า ตัวเองเหมือนตกจากที่สูง จะสดุ้ง ผวา หรือ มีอาการมือเท้าใหญ่ ตัวหนัก เป็นส่วนใหญ่
นึกขึ้นมาได้แล้ว สมัยเรียน ม.ปลาย ที่ห้องพระ อาทิตย์ละหนึ่งครั้ง พระอาจารย์ จะเป็นผู้ฝึกให้นักเรียนเข้าสมาธิ (ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร ก็นั่งๆ ไปด้วยกัน ) ต้องขอบคุณพระอาจารย์
วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555
生活習慣を見直しましょうって
และแล้ว ต่อแต่นี้ ต้องระวัง เรื่องความหวาน เพราะว่าผลการตรวจเลือด ตรวจประจำปี บอกว่าน้ำตาลในเลือดนั้นสูง เกินปกติเล็กน้อย ต้องระวัง ปรับเรื่องการใช้ชีวิต นี่ขนาดไปตรวจเมื่อตอน วันพ่อน่ะ ยังไม่ได้กินหวานมากสักกะหน่อย หากตรวจตอนนี้ สงสัยไม่ต้องห่วง ถึงว่า เมื่อคราวก่อน รู้สึกหวานมากเหมือนจะช๊อก ฝอยทองของโปรด ต้องห่างๆแล้วแหล่ะ เศร้าเลย