วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

ประหยัดไฟ ได้สุขภาพ 湯たんぽ

อันนี้ เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่า "ยูทัมโปะ" ค่ะ เป็นคล้ายกระเป๋าน้ำร้อน ที่ใช้นี่เป็นโลหะ มีขายหลายชนิดค่ะ แต่ว่า ที่บ้านนี้ชอบเป็นโลหะ เพราะว่า เรายกตั้งไฟได้เลย โดยเฉพาะ วางไว้บน "สโต๊ป(เตาไฟจากน้ำมัน)" เวลาหน้าหนาว ที่บ้านนี้ จะมีเตาสโต๊ป ที่ต้องมีไว้ เพราะว่า หากเราพึ่งไฟฟ้าอย่างเดียว ไฟฟ้าดับ ล่ะแย่เลย เรามีส่วนตัวกันคนละอัน เวลานอน เอาไปนอนด้วย หนาวตรงไหนก็วางตรงนั้น ส่วนใหญ่จะวางตรงปลายเท้า
เมื่อสมัยมาญี่ปุ่นแรกๆ ทนหนาวไม่ไหว ต้องปูผ้า ที่เสียบไฟฟ้า ไว้ตรงส่วนครึ่งร่างกาย เพราะว่า เราเองนั้นแพ้ไฟฟ้า เคยตอนที่คุณแม่ ผ่าตัดหัวใจ แล้วอยู่ต้อง ซีซียู นั้น เข้าไปเยี่ยม เธอสายไฟระโยงระยาง พอเราไปถึงแค่ปลายเตียง หน้ามืด ใจสั่นดึ๋งๆ รีบออกเลย ไม่ไหว รวมถึงตอนไปรอรถไฟ ที่ในอุโมงค์ โดยทั่วไปแล้วรถไฟ เป็นรถไฟฟ้าค่ะ เราก็เอะใจ เหมือนอะไร มันดึงหัวใจเรา จะเอาออกจากอกอย่างนั้นแหล่ะ รีบหันตัวเลย ทนไม่ไหว สักพักเดียว รถไฟก็วิ่งผ่านอุโมงค์ไป นี่แหล่ะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ตัวเองไม่ถูกกับมันเสียเท่าไร
สมัยนี้ เป็นสมัยของเทคโนโลยี วิวัฒนาการไร้สาย เยอะมากๆ เคเบิ้ลก็ไร้สาย ระบบไฟแดง ก็ไร้สาย มีเซนเซอร์ที่รับสัญญาณแม่เหล็กจากรถยนต์ อะไรที่มองไม่เห็น มีอันตรายหรือไม่ บอกไม่ได้ชัด แต่ว่า คนตรงข้ามบ้านนี้ เคยเรียกรถพยาบาล เพราะว่า "เธอปวดหัว อย่างแรง" ตำรวจ มาสำรวจที่บ้าน และคิดว่า บ้านเธอมีเครื่องใช้ไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้ามากเกิน
ผลดีของเจ้า กระเป๋าเหล็กนี้ บอกได้เลยว่า ที่เราเคยปวดข้อเท้า ปวดเท้านั้น เบาลงมากๆ เลย เบาลงจนลืมไปเลย เพิ่งนึกขึ้นมาได้ เมื่อคืน ยังบอกกับสามีเลย เอ้ย หน้าหนาวนี้ เท้าฉันไม่ปวดเลย สงสัยไอ้เจ้านี่แน่ๆเลย

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

ของง่ายๆ แต่ไม่ง่าย

ลูกปัดสีตะกั่วนี้ รวมกับเอนดำ เล่นเอาปวดตา ปวดหัวใจ เจ็บใจตัวเองไปหลายรอบ เพราะความที่ว่า ใจร้อนไม่เข้าเรื่อง เลยทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้ ไม่ได้ไปเรียนร้อยลูกปัด จริงแล้ว อาจจะมีเทคนิคอะไร จากอาจารย์ แต่ว่า วันนี้ ถนนมันลื่น เหมือนเดินบนแป้งมัน(หิมะ เขาเอารถมาไถ มันเลยบางๆ แน่นๆ) ไม่กล้าขับรถ ขนาดเดินยังลื่นแล้วลื่นอีก เดือดร้อนน้องโชคดีด้วย พี่ปูกระตุกคอ ด้วยความไม่ตั้งใจ เพราะว่าลื่นจริงๆ แต่พอบอกว่า โกเมน หมามันก็เข้าใจ
ทำไปก็นึกทำความเข้าใจไปตามร่างของมัน ก็ใช้ได้ เรียบร้อยดี ยกเว้นแต่ สลับด้านกับแบบ แต่เพราะว่า มันเรียบร้อย เลยไม่ได้นึกเอะใจ แต่ไม่มีปัญหา เพราะว่า ทำไว้ใช้เอง

อันเล็กๆ แต่ไม่ง่าย




งานนี้เล่นเอาปวดตา ทำแล้วรื้อ ทำแล้วรื้อ เหตุที่รื้อเพราะว่า ด้ายมันสีดำ มันพันกันแล้วไม่เห็น บวกกับใจร้อน ไม่อยากถอดเข็ม ก็เป็นอันว่า ให้รื้อกันให้เข็ด งานต่อไปจะขอลองทำ แบบที่ใช้เข็มฝักด้วย งานแบบนี้ ทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่เหนื่อยใจ




วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

remixed กับข้าวเก่า "สาหร่าย ฮิจิคิ"




วันก่อน ทำ 煮物 (นีโมะโนะ) ใส่ สาหร่าย ฮิจิคิ แล้วก็ แครอท จากสวนปีนี้ (ที่บอกปีนี้ เพราะว่า หน้าหนาวแล้ว ต้องถอนมาฝังดินไว้ในสวนหน้าบ้าน เวลาจะใช้ก็ไปดังเอามา) ใส่มันเทศลงไปด้วย ปรุงรส หวานเค็ม เป็นกับข้าว คนแก่ๆ หรือ จะบอกว่า คนญี่ปุ่น นั้นชอบรส หวานเค็ม เขาจึงชอบแกงเขียวหวาน แต่หากคนไทย ต้องบอกว่า แกงเผ็ด แกงป่า แกงส้ม เสียกระมัง


ว่าแล้วเหลือ นิดหน่อย จะทิ้งก็เสียดาย สามี ยังไม่ได้กินเลย เพราะว่า กลับดึกๆ ต้องทำเมนู อีกแบบ ที่ ไขมันต่ำ


เอาแหล่ะ ของเหลือ นี่แหล่ะ ทำใหม่ เอามันเทศออกซะ แล้ว เพิ่ม ผักสีเขียว ของที่มีในตู้เย็น คือ มิซึบะ ผสมไข่ตี แล้ว ม้วน เหลือ ๒ ชิ้นเท่านั้น ไว้อุ่นใส่กล่องข้าว ให้สามี ไปกินที่ทำงาน

งานอดิเรก ร้อยสร้อยลูกปัด



กว่าเราจะหาสิ่งที่เราชอบ ทำแล้วมีความสุข มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จำได้เสมอ เมื่อเราเข้าชั้น ม.ต้น อาจารย์ฝ่ายแนะแนวการศึกษา จะเฝ้าถามนักเรียนเสมอ ให้นักเรียนคิดมาว่า อยากจะเป็นอะไร ทำอาชีพอะไร มันเป็นเรื่องยากมากๆ เขียนๆ ส่งๆ ไปอย่างนั้นแหล่ะ

ใครที่มองตัวเองได้ออกก่อน คนนั้นก็อาจจะนำไปก่อน แต่ก็ใช่ว่า จะถูกต้องเสมอไป ระหว่างทางนั้น อาจจะมีการลังเล ว่าตัวเองมาผิดทาง กว่าจะถอนตัวเอง หรืออยากจะถอยหลังมาตั้งลำกันใหม่ ก็ใช่เรื่องง่ายๆ เรานั้นอยู่ในข่ายนั้นคนหนึ่ง

แต่วันนี้ ตอนนี้ รู้ว่า ตัวเองชอบ เครื่องประดับ ที่ผ่านมา ไม่มีโอกาส ได้ศึกษา อะไรจริงๆ จังๆ รู้ว่าชอบ แต่คงไม่มีความสามารถ หรือ ไม่มีเวลาพอ

เส้นที่เห็นนี้ จริงแล้ว ยังไม่เป็นที่พอใจ ในบางจุด อาจารย์ที่สอนก็บอกว่า ไม่เป็นไร ดูของอาจารย์สิ ยัง เป็นแบบนี้ แบบนี้ แต่เรานั้นขอแก้ใหม่

ซึ่งเราก็แก้เรียบร้อยแล้ว (แต่ไม่ได้ถ่ายภาพ) เห็นไหม ถ้าใจมันรัก มันก็ยอมที่จะทำซ้ำ ทำซาก ปรับให้ถูกใจตัวเอง "ดีใจ ที่ตัวเองได้มีโอกาส ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ขอบคุณ คุณสามี ที่ให้ความสนับสนุน"

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ถั่วเขียวต้มน้ำตาล กับ อากาศหนาว แย่เลย

สวัสดีค่ะ เมื่อวานนี้ ทำถั่วเขียวต้มน้ำตาล ที่จริงไม่ค่อยอยากจะกินสักเท่าไร แต่ว่า ด้วยว่า ไม่มีอะไรจะทำ แล้วก็เห็นถั่วเขียว และจำได้ว่า มันปีกว่าแล้วน่ะ ไม่ใช้จะเสียของ
ผลของการกินถั่วเขียวต้มน้ำตาล ภายในหนึ่งชั่วโมง ต้องบอกว่า หนาวสุดๆ หนาวแบบว่า อบตัวในโต๊ะโคะตะซึ แล้วก็ยังเอาไม่อยู่ มือและปาก หน้าเย็นลงมากๆ รีบไปชงยาผงป้องกันไข้หวัด และติดแผ่นแม่เหล็ก(แก้หนาว) ก็แล้วยังออกอาการ สุดท้ายต้องรีบไปอาบน้ำแช่น้ำร้อนเกือบชั่วโมง แล้วกินข้าว แล้วก็ชงยาผงอีก ตื่นเช้ามายังคงอาการคล้ายไข้ ยังคงปวดหัวตุ๊บๆ ต้องระดม น้ำอุ่น ชาใส่ขิง ขับไข้กันเป็นการใหญ่ กว่าจะอาการดีขึ้นก็เล่นเอาเย็นอีกวัน คือ วันนี้ ตอนนี้
อาหารเมืองร้อน เมืองหนาว นั้นไม่เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อหลายปีก่อน เจอเหมือนกัน ซื้อมะม่วงดิบ น้ำปลาหวาน มาจากร้านขายของไทย ตอนนั้นก็ช่วงฤดูหนาว อาการคือ ปวดท้อง มันเย็นในท้อง สามีก็เคยเตือนว่า อาหารพืชเมืองร้อน อย่ากินในหน้าหนาว เห็นแก่ว่า จะเสียของ เลยเป็นอย่างนี้ เห็นทีจะต้องทิ้ง เจ้าถั่วเขียวต้มน้ำตาล ที่ยังเหลือเก็บไว้ในตู้เย็นเสียแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

กับข้าว ญี่ปุ่น สีแบบนี้



ใครที่เคยเห็น อาหารญี่ปุ่น สีสวยๆ หากมาอยู่บ้านนอก คงจะต้องร้อง เคยดูละคร ตัวละครเอกยังมีความรู้สึก เปรียบเทียบแม่ตัวเอง กับ แม่ของเพื่อน แม่เธอนั้นแบบว่า บ้านนอกแท้ๆ ไม่ประยุกต์อาหาร อาหารไม่ได้น่ากินเลย ไม่มีสีสรร


อาหารไม่มีสีสรร นี้ อร่อยถูกปากเรา แถมดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ ไม่ต้องใช้น้ำมัน

ส่วนผสมมี

山菜(水煮)มีขายตามซุปเปอร์ค่ะ

สาหร่าย วาคะเมะ สด (ก้านกลาง)

เห็ดเข็มทอง

ปรุงรส ด้วย มิริน โชยุ และ น้ำส้ม ค่ะ ไม่ต้องใส่ ดาชิ (ผงชูรส ญ๊ปุ่น) หากใครชอบความหอมของน้ำมันงา ก็ใส่ตอนสุดท้ายก็ได้ค่ะ ได้อีกรสหนึ่ง

ปรุงรสอ่อนๆ กินได้เยอะค่ะ