ว่าแล้ว ตอนเย็นทำเลย นึกได้ว่าในตู้เย็น มีไข่ไก่เปลือกน้ำตาลด้วย โดยปกติแล้วญี่ปุ่น หาไข่เป็ดยากมากๆค่ะ เห็นขาวๆ ที่แท้ ไข่ไก่ทั้งนั้น ส่วนกรวยนั้น เราไม่มีใบตอง ไม่มีกรวยฝอยทอง คิดใหม่ค่ะ เจาะกระป๋วย พลาสติก แหล่ะ ไม้แหลม ก็มีแต่ไม้เสียบ เล็กๆ แต่คิดจะทำ มันต้องได้แหล่ะ
สุดท้าย หากไม่มีกลิ่นละก็ มันต้องเหม็นคาวไข่ เรานี่เกลียดมากๆ เลย ทนไม่ได้ จมูกเร็วเป็น “ワンコ ちゃん”(หนังตำรวจน่ะ ตัวเองเป็นเด็กน่ารัก สดใส จมูกได้กลิ่นต่างๆ จับกลิ่นได้) สุดท้ายหาเทียนอบจนปวดหัว แม่เคยบอกวิธีหากไม่มีเทียนอบ ของจริงให้ใช้เทียนธรรมดาก็หอม แต่ยุ่งจริง หาซื้อน้ำมะลิ จากไซด์ อะมาซอน จนเหนื่อย หาไม่ได้ คิดๆๆๆๆๆ ให้แม่ส่งมาให้ ต้องมีอะไร และแล้ว นึกได้แล้ว มีกลิ่น วานิลา อยู่ ใช้นี่แหล่ะ เราก็ชอบ
ได้ใจ ทำไปกินไป ทนไม่ไหว หวานสุดๆๆๆๆๆ หวานจนจะขาดใจ ต้องลดความหวาน ลงหน่อย ก็ยังหวานสุดๆๆๆ คุณแม่ทานแล้วบอกว่า นี่มันกินน้ำตาลเลย ไม่มีรสอะไร
สุดท้าย วันนี้คือวันรุ่งขึ้น ทนไม่ไหวทำข้าวกล่องไป ชิมขนมไป จิบน้ำชาไป อร่อยนี่หน่า ใส่กล่องข้าวไปให้สามี ชิ้นเล็กๆ
ตอนบ่าย กลับจากงานเลี้ยง สิ้นสุดกันที กับหัวหน้าหมู่บ้าน เหนื่อยใจสุดๆ สำหรับ ไกจิ้น(ต่างชาติ) คนนี้ จบลงด้วยความสบายใจ
กลับมาบ้าน คำนวณสตังค์ เหลือ นับกลับไปคืน คนที่มาร่วมงานเลี้ยง
สบายใจกินฝอยทอง เออ วันนี้ มันอร่อย ความหวานมันหายไปอย่างน่าอันตธาน มันเหลือ รสมัน รสไข่ หอมหน่อยๆ อร่อย ถูกใจสุดๆ คุณแม่ชิมอีกที บอกว่า เออ หายหวาน รสไข่ มันออกมา
กว่าจะได้ความอร่อยออกมา มันผ่านไปหลายสถานการณ์จริงๆ รวมถึงการที่เรายืน พยายามในครัว ขานี้ชา นิ้วมือ ๓ นิ้ว ชาไปเลย มันหนาวสุดๆ ครัวบ้านนี้ มันเป็นความเข้มข้นของชีวิตในครัว ที่เปลี่ยนไม่ได้จริงๆ แต่เพื่อแลกกับความอยาก แล้วก็ ทนจนได้ ของอยาก เฮ้อ อร่อย ต้องแบ่งเพื่อนบ้าง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น